เลือกซื้อ เครื่องฟอกอากาศ ยังไงให้เหมาะสม
Share: facebook_share line_share twitter_share messenger_share

เลือกซื้อ เครื่องฟอกอากาศ ยังไงให้เหมาะสม


เครื่องฟอกอากาศ ถือเป็นปัจจัย 5 สำหรับยุคสมัยนี้เลยก็ว่าได้ เพราะตอนนี้โลกกำลังเผชิญทั้งฝุ่น และโรคร้าย ทำให้อากาศไม่บริสุทธิ์จนต้องพึ่ง เครื่องฟอกอากาศ มาดูวิธีเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นนี้กันค่ะ

 

     เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมาก หลากหลายแบรนด์ออกผลิตภัณฑ์ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) มาจำนวนมาก มีการนำฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาเสริมจุดเด่นให้แบรนด์ คราวนี้ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ จะเลือก เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) จากคุณสมบัติอะไรบ้าง

 

1. ดูจากความละเอียดฟิลเตอร์ หรือไส้กรองของ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) 

     ฟิลเตอร์หรือไส้กรองอากาศ นับเป็นหัวใจของ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) เลยก็ว่าได้ค่ะ เบื้องต้นขออธิบายก่อนเลยว่า มาตรฐานฟิลเตอร์แบ่งออกได้ราว 3 ประเภท คือ

EPA มีความละเอียดในการกรอง 3 ระดับ ได้แก่ E 10, E 11 และ E 12 สามารถดักจับฝุ่นที่มีความละเอียดได้ราว 85-99.5% ต่อมา

HEPA มี 2 ระดับ ได้แก่ H 13 และ H 14 มีความละเอียดในการดักจับฝุ่นราว 99.95-99.9995%

ULPA ที่มีความละเอียดในการดักจับฝุ่นมากที่สุด ได้ถึง 99.9995 - 99.999995%

     ซึ่งฟิลเตอร์ที่แพทย์สภาแนะนำสำหรับการเลือกซื้อ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) ก็คือ HEPA เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการดักจับฝุ่นสูง แม้จะมีฟิลเตอร์ที่มีมาตรฐานสูงกว่าอย่าง ULPA แต่ผู้ประกอบการไม่ค่อยเลือกนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ เพราะสำหรับผู้บริโภคแค่ HEPA ก็เพียงพอแล้ว เพราะสามารถดักจับแบคทีเรียและเกสรดอกไม้ ที่เป็นสาเหตุของอาการภูมิแพ้ได้โดยไม่ต้องใช้นวัตกรรมอื่น ๆ

     รวมถึงในตลาดก็ได้มีการผลิต เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) ที่ใช้ฟิลเตอร์ต่ำกว่าอย่าง EPA ด้วย โดยตั้งราคาไว้ใกล้เคียงกับ HEPA แต่ยังไม่มีฟิลเตอร์ประเภทใดที่สามารถกรองแบคทีเรียได้เลย

 

2. ดูจากขนาดห้อง

     ต้องบอกก่อนว่า เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) แต่ละเครื่องเหมาะกับขนาดห้องที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเราจำเป็นต้องรู้ขนาดห้องก่อนที่จะเลือกซื้อ โดยมีวิธีการคำนวณง่าย ๆ คือ ความกว้างของห้อง x ความยาวของห้อง เช่น ห้องนอนกว้าง 4 เมตร และยาว 4 เมตร = ขนาดห้องคร่าว ๆ 16 ตารางเมตร

     เมื่อเราเลือกขนาดเครื่องได้แล้ว ขั้นตอนต่อไป คือการสังเกตค่า CADR (Clean Air Delivery Rate) หรืออัตราการเปลี่ยนถ่ายอากาศ หมายความว่า ค่านี้จะบอกปริมาณอากาศที่ฟอกแล้ว ไม่ใช่อากาศที่ผ่านเข้าไปโดยยังไม่ได้ฟอก ซึ่งเครื่องจะอ่านค่าออกมาเป็นหน่วยลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ก็จะทำให้เราสามารถเลือกซื้อ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) ได้ง่ายขึ้น โดยใช้ค่าปริมาณอากาศที่ฟอกได้ต่อชั่วโมง เปรียบเทียบกับราคา

     ทั้งนี้หากในบ้านของคุณมีการแบ่งห้องเป็นสัดส่วนชัดเจน การเลือกซื้อ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) ขนาดเล็กและกระจายตามโซนต่าง ๆ ดูจะเป็นทางออกที่ดี แต่หากเป็นคอนโดมิเนียม มีเพียงเครื่องเดียวก็เพียงพอ และวางไว้ในห้องที่มีพื้นที่มากที่สุด และถ้าเป็นห้องที่มีการเปิดและปิดบ่อย ๆ เช่น ร้านกาแฟ เป็นต้น ควรใช้เครื่องที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น เพื่อจะได้เหมาะสมกับพื้นที่

 

3. ดูเรื่องของการเปลี่ยนฟิลเตอร์ในอนาคต

     สิ่งสำคัญ เมื่อซื้อเครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) มาแล้ว หากใช้ไประยะหนึ่ง ฟิลเตอร์ที่เก็บและดักฝุ่นมานาน อาจหมดประสิทธิภาพ หากไม่เปลี่ยน เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) อาจกลายเป็นพัดลมตัวหนึ่งที่ปล่อยลมออกมาเท่านั้น แต่ไม่สามารถฟอกอากาศแต่อย่างใด ซึ่งผู้บริโภคไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) หลายรุ่นมักจะมีตัวจับเวลาเปิด-ปิดเครื่อง เพื่อแจ้งให้ผู้ใช้รู้ว่าควรจะเปลี่ยนฟิลเตอร์เมื่อใด

 

4. ดูฟังก์ชั่นเสริมในการฆ่าเชื้อโรค

     แน่นอนว่าด้วยสถานการณ์ฝุ่นละอองที่รุนแรงมากขึ้น และเกิดขึ้นต่อเนื่อง และแต่ละครั้งก็กินระยะเวลายาวนาน ส่งผลต่อสุขภาพของหลายๆ คน ทำให้ตลาด เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) เกิดการแข่งขันสูง ดังนั้นผู้ประกอบการแบรนด์ต่าง ๆ  ก็หาฟังก์ชั่นเสริมเข้ามาเติมแต่ง เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) ของแบรนด์ตัวเองให้โดดเด่น เพื่อจูงใจลูกค้าให้เลือกซื้อ เช่น การนำไอออนมากำจัดเชื้อโรค หรือการเพิ่มฟิลเตอร์คาร์บอนเพื่อดูดซับกลิ่น รวมถึงการใช้ประจุไฟฟ้า ไทเทเนียม หรือแสงอัลตราไวโอเลต เป็นต้น

     แต่ก็มีข้อระมัดระวังสำหรับบางฟังก์ชั่น เช่น การนำโอโซนเข้ามาใช้ฆ่าเชื้อโรค แต่ไม่เหมาะที่จะเปิดเป็นเวลานาน เพราะจะส่งผลต่อเซลล์ในร่างกาย

     นอกจากนี้ยังมีเกณฑ์การพิจารณาอื่น ๆ เช่น อัตราการกินไฟ  หรือความเงียบของเครื่องขณะทำงาน รวมถึงการบริการหลังการขาย ศูนย์ให้บริการต่าง ๆ เป็นต้น

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

เครื่องฟอกอากาศ ช่วยอะไร

เครื่องฟอกอากาศ มีกี่ชนิดกันนะ

เครื่องฟอกอากาศ, เครื่องกรองอากาศ, PM 2.5, ฝุ่น PM 2.5, pm 2.5 คือ, pm 2.5 bangkok, pm 2.5 chiang mai, ฝุ่นละออง PM 2.5, ระบบทางเดินหายใจ, สุขภาพดี, ฝุ่นพิษ, ฝุ่น PM 2.5 คืออะไร, ฝุ่น PM 2.5 เกิดจากอะไร, ยี่ห้อเครื่องฟอกอากาศ

Tag :