เคล็ดลับการเลือกซื้อ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier )
Share: facebook_share line_share twitter_share messenger_share

เคล็ดลับการเลือกซื้อ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier )


ช่วงที่โรคระบาดกับเชื้อไวรัสแพร่กระจายแบบนี้ คงมีคนกำลังมองหา เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) ไว้ติดบ้านอยู่ใช่ไหมคะ เรานำเคล็ดลับการเลือกซื้อ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) มาฝากทุกคนค่ะ

 

เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) คืออะไร ?

     เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier หรือ Air Cleaner ) คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมในอากาศ เช่น ฝุ่น แบคทีเรีย ไวรัส ต้นเหตุที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ รวมถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่าง กลิ่นควันบุหรี่ กลิ่นอับ กลิ่นเหม็นในบ้านให้หายไป ซึ่ง เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) ทำงานโดยการดูดอากาศเข้าตัวเครื่องผ่านตัวกรองเพื่อดักจับสิ่งเหล่านี้เอาไว้ แล้วปล่อยอากาศบริสุทธิ์ออกมาแทน

 

ระบบการทำงาน เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier )

     แม้ในตอนนี้ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) จะมีการเพิ่มฟังก์ชันเข้าไปมากมาย แต่สามารถแบ่งระบบการทำงานของ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) ออกได้ 5 ระบบหลัก ๆ ตามการทำงาน ดังนี้

1. Air filters

     Air Filter หรือแผ่นกรองอากาศ ระบบดักจับฝุ่นละออง แบคทีเรีย ไวรัส หรือสารต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ มีทั้งประเภทที่ทำจากกระดาษ เส้นใย ตาข่าย แต่แบบที่นิยมใช้กันมากที่สุดในปัจจุบัน คือ แผ่นกรองอากาศแบบ HEPA หรือ High Efficiency Particulate Air ประเภทแผ่นกรองที่ผลิตจากเส้นใยไฟเบอร์กลาส ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ดักจับอนุภาคที่มีขนาดเล็กอย่างน้อย 0.3 ไมครอน และมีประสิทธิภาพในการดักจับได้ไม่น้อยกว่า 99.97% อายุเฉลี่ยการใช้งานอยู่ที่ 3-5 ปี

2. Electrostatic Precipitator

     Electrostatic Precipitator ระบบกรองอากาศที่ทำงานโดยใช้หลักไฟฟ้าสถิต ด้วยการปล่อยประจุไฟฟ้าลบออกมาจับฝุ่นนละออง หรืออนุภาคขนาดเล็กที่เป็นประจุบวกให้เป็นกลุ่มก้อน เพื่อทำให้มีน้ำหนักมากขึ้นแล้วตกลงสู่พื้น ไม่ลอยฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ

3. Gas-phase air filters

     Gas-phase air filters ระบบที่มีไว้สำหรับกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ทำงานโดยการใช้สารเคมี เช่น ถ่านกัมมันต์ หรือที่เรียกกันว่า แอคทิเวเต็ด คาร์บอน ( Activated Carbon ) มาช่วยดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ และก๊าซพิษออกไป

4. Ozone generator

     Ozone generator ระบบที่ใช้แสงยูวี หรือการปล่อยกระแสไฟฟ้าในการสร้างโอโซน เพื่อฆ่าเชื้อโรค สารเคมี รวมถึงกำจัดกลิ่นที่ปะปนมาในอากาศให้สลายไป และทำให้อากาศกลับมาสะอาดอีกครั้ง

5. UV Light

     UV Light เป็นระบบที่นำรังสีอัลตราไวโอเลตมาใช้ในการกำจัดเชื้อโรคต่าง ๆ อาทิ แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา หรือสารอื่น ๆ ในอากาศที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

 

การเลือกซื้อ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier )

1. ขนาดห้อง

     เลือกขนาดของ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) ให้เหมาะสมกับห้อง หรือพื้นที่ที่จะติดตั้ง เพราะ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) แต่ละรุ่นมีประสิทธิภาพในการทำงานครอบคลุมพื้นที่ที่แตกต่างกัน เช่น ถ้าเราซื้อ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) ขนาดเล็ก แต่เอาไปวางไว้ในห้องขนาดใหญ่ ก็จะทำให้ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่ถ้าหากนำ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) ขนาดใหญ่ไปวางไว้ในห้องเล็ก ๆ ก็จะทำให้เปลืองไฟ ที่สำคัญห้องที่ติดตั้ง เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) ควรเป็นห้องปิด เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ฝุ่นเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เครื่องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

2. ระบบการทำงาน

     สิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่ต้องดูก่อนซื้อ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) คือ ระบบการทำงาน ว่ามีคุณสมบัติตอบโจทย์ และตรงกับความต้องการในการใช้งานของเราหรือไม่ โดยให้เน้นไปที่ชนิดของฟิลเตอร์ หรือแผ่นกรองเป็นหลัก ควรเลือกใช้ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) ที่มี เฮปป้า ฟิลเตอร์ ( HEPA filter ) ซึ่งช่วยกรองฝุ่นขนาดเล็กได้ดี และดักจับฝุ่นละอองได้มาก รวมไปถึงความจำเป็นในการใช้ฟังก์ชันเสริมต่าง ๆ ที่มากกว่าแค่การกรองอากาศ หรือกำจัดกลิ่น เช่น เซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศ, ตัวระบุการเปลี่ยนแผ่นกรอง, ตัวควบคุมความเร็ว และรีโมตสั่งการ ก็ถือเป็นคุณสมบัติที่เราควรนำมาพิจารณาด้วยเหมือนกัน เพราะเป็นส่วนที่มีผลทำให้แต่ละเครื่องแต่ละแบรนด์มีราคาแตกต่างกัน

3. ค่า Airflow

     ค่า Airflow หรือตัววัดความเร็วลม จากปริมาณของอากาศที่ถูกดูดเข้าไป และเวลาในการปล่อยอากาศออกมาจาก เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier )  หาก เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) มีค่า Airflow สูงก็หมายความว่า  เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) รุ่นนั้นมีประสิทธิภาพในการฟอกอากาศได้เร็วนั่นเอง

4. ค่า CADR

     ค่า CADR ( Clean Air Delivery Rate ) หรืออัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ต่อนาที ซึ่งเป็นค่าสากลที่ใช้ในการวัดประสิทธิภาพการทำงานของ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) ยิ่งมีค่า CADR สูงมากเท่าไร ก็แสดงให้เห็นว่า เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) มีประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้นเท่านั้น

5. ระดับเสียง

     ระดับเสียงการทำงานของ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม โดย เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) ที่ดีควรมีระดับเสียงต่ำขณะเครื่องทำงาน เพื่อป้องกันการรบกวนขณะกำลังพักผ่อน ระดับเสียงที่เหมาะสมไม่ควรเกิน 30-31 เดซิเบล

6. การประหยัดไฟ

     เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) จะกินไฟหรือไม่นั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับแผ่นกรอง หากเป็นแผ่นกรองที่มีความหนาแน่นมาก อากาศผ่านได้น้อย ก็จะทำให้เครื่องใช้ไฟมาก ฉะนั้นควรเลือกแผ่นกรองที่มีอากาศไหลผ่านได้ดี เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าในการทำงาน นอกจากนี้ยังสามารถเปรียบเทียบค่าไฟได้จากฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 จากหลาย ๆ รุ่นมาประกอบในการตัดสินใจ

7. ราคา

     ไม่ใช่แค่เพียงราคาของตัว เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) เท่านั้น แต่เรายังต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนตัวกรอง หรือไส้กรองของ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) อีกด้วย เนื่องจาก เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) ทุกชนิดจะต้องมีการเปลี่ยนตัวกรอง หรือไส้กรองอยู่เสมอ เพื่อช่วยให้ระบบต่าง ๆ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ก่อนจะซื้อ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) จึงควรดูราคาของแผ่นกรอง และการบำรุงรักษาส่วนอื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วย

ข้อดีของ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier )

- ช่วยลดการเกิดภูมิแพ้ที่เกิดจากฝุ่นละออง เกสร หรือขนสัตว์

- ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโต และกำจัดแบคทีเรีย เชื้อโรค และเชื้อราได้

- ช่วยเปลี่ยนอากาศเสียให้เป็นอากาศบริสุทธิ์ และปราศจากกลิ่นไม่พึงประสงค์

 

ข้อเสีย เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier )

- ไม่ได้ทำให้ฝุ่นละอองหายไปจากบ้านทั้งหมด เพราะฉะนั้นจึงควรทำความสะอาดบ้านควบคู่กันไปด้วย

- เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) ไม่ได้ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ให้หายขาด เพราะ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) ทำได้แค่ดูดจับฝุ่นละออง หรือสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ ในอากาศเท่านั้น

- ไม่ใช่ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) ทุกเครื่องที่สามารถกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ ควรเลือกที่มีชั้นกรอง แอคทิเวเต็ด คาร์บอน ด้วย

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

เครื่องฟอกอากาศ ช่วยอะไร

เครื่องฟอกอากาศ มีกี่ชนิดกันนะ