บทความ


ทั่วโลกเจอปัญหามลพิษ จัดการอย่างไร?
ทั่วโลกเจอปัญหามลพิษ จัดการอย่างไร?

มลพิษทางอากาศที่ต้องเผชิญในตอนนี้คือมลพิษฝุ่นขนาดจิ๋ว หรือ PM2.5 แม้ว่าที่ผ่านมามลพิษดังกล่าวอาจจะเบาบางลงแล้ว แต่เราก็ต้องป้องกันเพื่อไม่ให้มลพิษฝุ่นกลับมาทำร้ายเราอีก

 

หลายๆประเทศป้องกันการเกิดมลพิษนี้อย่างไร

1.กรุงปารีส ฝรั่งเศส

เมืองน้ำหอมแห่งนี้เลือกสนับสนุนให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะให้มากขึ้น โดยไม่อนุญาตให้รถยนต์ส่วนตัววิ่งในย่านศูนย์กลางเมืองในช่วงสุดสัปดาห์ ห้ามใช้รถยนต์ในย่านฌ็องเซลิเซ่ 1 ครั้ง ต่อเดือน อีกทั้งยังสนับสนุนการใช้จักรยานโดยจัดทำโครงการยืมจักรยาน หรือเรียกกันว่า ธนาคารจักรยาน

 

2.กรุงนิวเดลี อินเดีย  

หลังจากสถิติมลพิษทางอากาศของอินเดียพุ่งสูงเท่าๆกับจีน รัฐบาลได้ออกนโยบายห้ามรถยนตร์ที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่และรถ SUV ที่มีเครื่องยนตร์แรงม้ามากกว่า 2000 ซีซี รวมทั้งบังคับให้รถแท็กซี่เครื่องยนต์ดีเซลหลายพันคันหยุดวิ่ง นอกจากนี้ยังทดลองนโยบายการให้รถยนต์เลือกหยุดวิ่งในวันคี่หรือวันคู่ และกระตุ้นให้ผู้คนใช้ขนส่งสาธารณะอย่างรถตู้อูเบอร์มากขึ้น

อย่างไรก็ดี รัฐบาลอินเดียยังไม่มีมาตรการการจัดการมลพิษทางอากาศกับภาคอุตสาหกรรม ทั้งการเผาทำลายซากผลผลิตจากเกษตรกรรม โรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้าถ่านหิน

 

3.เนเธอร์แลนด์

รัฐบาลของเนเธอแลนด์มีการเสนอนโยบายห้ามการขายรถยนต์ดีเซล และหากร่างนโยบายนี้ผ่านการอนุมัติก็จะมีผลบังคับใช้ภายในปีพ.ศ.2568 โดยการขายรถยนต์ที่ใช้น้ำมันถูกแทนที่ด้วยรถยนต์ไฟฟ้าอย่างไรก็ดี ร่างนโยบายนี้ยังคงอนุโลมให้ประชาชนที่มีรถยนต์ดีเซลอยู่ก่อนแล้วสามารถใช้รถต่อไปได้

 

4. เมืองไฟรบวร์ค (Freiburg) เยอรมนี

ไฟรบวร์ค มีทางปั่นจักรยานรวมแล้วมีระยะทางกว่า 500 กิโลเมตร มีรถรางและมีระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพและราคาถูก ทั้งนี้ในย่านชานเมืองบางแห่งยังห้ามไม่ให้ประชาชนจอดรถยนต์ใกล้ๆบ้าน ซึ่งทำให้เจ้าของรถต้องเสียเงินเช่าพื้นที่จอดรถกว่า 18,000 ยูโร หรือประมาณ 660,162 บาท

 

5.เมืองโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก

โคเปนเฮเกนให้ความสำคัญกับการใช้จักรยานทดแทนรถยนต์ส่วนตัว แนวคิดของการใช้จักรยานนี้คือการคิดถึงมูลค่าของจักรยานเทียบกับรถยนต์ โดยการขี่จักรยาน 1 ไมล์ให้มูลค่ากับชุมชนประมาณ 0.42 ดอลล่า สหรัฐ ในขณะที่การขับรถยนต์ส่วนตัวเป็นระยะทาง 1 ไมล์ให้มูลค่ากับชุมชนประมาณ 0.20 ดอลล่าสหรัฐ นอกจากนี้เมืองส่วนใหญ่ในเดนมาร์กเริ่มทยอยหยุดใช้รถยนต์มาเป็นเวลากว่าสิบปีแล้วเพื่อทำตามนโยบายเมืองที่มุ่งจะเป็นเมือง Carbon Neutral หรือเมืองที่มีกิจกรรมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเท่ากับ ศูนย์ภายในปี พ.ศ.2568

 

6.ออสโล (Oslo) นอร์เวย์  

เมืองออสโลมีแผนที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงครึ่งหนึ่งภายในปี พ.ศ.2563 ที่จะถึงนี้โดยวางโซน “ปลอดรถคันใหญ่” และเริ่มทำทางจักรยานใหม่ที่มีระยะทางรวมกว่า 40 ไมล์ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มค่าธรรมเนียมรถติดกับผู้ใช้รถยนต์ในชั่วโมงเร่งด่วนและลดพื้นที่ลานจอดรถหลายแห่ง

 

7.เกาหลีใต้

รัฐบาลชุด มุน แจอิน อนุมัติให้ปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินในเกาหลีใต้ 8 แห่งชั่วคราวเพื่อลดมลพิษทางอากาศ โดยในปีที่ผ่านมารัฐบาลสั่งปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินเหล่านี้เป็นเวลา 4 เดือนในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และมีแผนการจะปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินโรงเก่าถาวรภายในเดือนพฤษภาคมปี พ.ศ.2563 เพื่อลดมลพิษทางอากาศและทำตามข้อตกลงปารีส เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง แม้ว่าในปัจจุบันโรงไฟฟ้าถ่านหินเหล่านี้ผลิตไฟฟ้าให้กับประเทศถึงร้อยละ 40 ก็ตาม

 

การรับมือและจัดการปัญหาทางมลพิษทางอากาศในระยะยาวของประเทศต่างๆเป็นตัวช่วยในการส่งเสริมการใช้ขนส่งสาธารณะเพื่อลดจำนวนรถยนต์ส่วนตัว การสนับสนุนการใช้จักยาน หรือ การวางแผนลดรถยนต์ส่วนตัวด้วยการห้ามขายรถยนต์ดีเซล จนถึงการสั่งปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินเพื่อลดมลพิษทางอากาศเพื่อประโยชน์ของคนในประเทศและสุขภาพที่ดี

ด้วยความปรารถนาดีจาก เครื่องฟอกอากาศ ตราแมนเนเจอร์ (Air Purifier by ManNature)

  ขอขอบคุณข้อมูลจาก greenpeace

เครื่องฟอกอากาศ แก้ปัญหานอนไม่หลับได้
เครื่องฟอกอากาศ แก้ปัญหานอนไม่หลับได้

     การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการดำรงชีวิต แต่หลายๆ คนกลับมีปัญหาการนอนไม่ค่อยหลับ นอนไม่พอ เป็นผลให้ตื่นมาแล้วไม่สดชื่น ยิ่งหากนอนน้อยติดต่อกันจะทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมอีกด้วย มาดูกันดีกว่าว่าสาเหตุที่ทำให้นอนไม่หลับ มีอะไรกันบ้าง

 

สาเหตุของการนอนไม่หลับ

  1. ปัญหาสิ่งแวดล้อม เสียงดังรบกวน สว่างเกินไป หรือคับแคบเกินไป ทำให้นอนหลับยาก
  2. อาการเจ็บป่วย เช่น ปวดท้อง ปวดตามเนื้อตัว เป็นโรคเกี่ยวกับการนอนหลับ มีปัญหาเรื่องระบบการหายใจ มีอาการไอ
  3. ความเครียด อาการวิตกกังวล แรงกดดัน หรือมีอาการซึมเศร้าและท้อแท้ หมดกำลังใจ หมดหวังในการใช้ชีวิต คิดว่าตัวเองไร้ค่า ยึดติดและอยู่กับตัวเองมากเกินไป
  4. แอลกอฮอล์ คาเฟอีนในกาแฟ บุหรี่ หรือการใช้ยาบางชนิดนั้นอาจส่งผลเกี่ยวกับการนอนหลับ
  5. ท้องว่าง ทำให้เกิดอาการอึดอัด หิวขึ้นมาในช่วงดึก หรืออิ่มมากเกินไป จนทำให้มีอาการแน่นท้องกลางดึก จนนอนไม่หลับ
  6. ภาวะการนอนหลับ เช่น การนอนละเมอ ฝันร้าย หรือนอนไม่หลับจนติดเป็นนิสัย
  7. หน้าที่การงานที่ต้องเปลี่ยนเวลาการนอนอยู่สม่ำเสมอ เช่น พยาบาล ยาม

 

 วิธีแก้ปัญหาอาการนอนไม่หลับ

  • จัดที่นอนให้เหมาะสม เหมาะแก่การนอน เงียบสงบ ไม่ควรเปิดโทรทัศน์ และหากต้องการให้ร่างกายพักผ่อนมากจริงๆ ให้ปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด จะได้ไม่มีเสียงรบกวนขณะนอนหลับ
  • ผ่อนคลายกล้ามเนื้อก่อนนอน เช่น การนวดให้ร่างกายผ่อนคลาย การแช่น้ำอุ่น
  • หลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน หรือการใช้ยาที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึมในช่วงกลางวัน
  • เมื่อรู้สึกง่วงจะต้องเข้านอนทันที เข้านอนให้เวลานั้นเหมือนกันทุกคืน ตรงเวลา ร่างกายจะจดจำเวลานอนเอง
  • หลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนัก หรืออาหารที่ย่อยยากก่อนนอน เพราะจะทำให้ปวดท้อง เนื่องจากมีอาการกรดไหลย้อน ถ้าท้องว่างให้รับประทานอาหารเบาๆ เช่น ขนมปังชิ้นเล็ก นมอุ่น หรือน้ำผลไม้
  • หากนอนไม่หลับให้ไปทำกิจกรรมเบาๆ เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือนั่งสมาธิ เมื่อรู้สึกง่วงให้เข้ามานอน
  • ก่อนนอนควรทำสมองให้โล่ง ปลอดโปร่ง ไม่นำเรื่องเครียด กดดัน ผิดหวัง หรือเสียใจมาคิด ทำจิตใจให้ผ่อนคลายก่อนนอน
  • ใช้กลิ่นเข้ามาช่วยในการนอนหลับ เช่น กลิ่นวานิลลา กลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นยูคาลิปตัส กลิ่นพิมเสน หรือกลิ่นคาโมมายล์ ที่ช่วยทำให้ผ่อนคลาย บรรเทาความเครียด จิตใจสงบ ปลอดโปร่ง
  • หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ ชาที่มีคาเฟอีน หรือน้ำอัดลม เพราะจะทำให้นอนไม่หลับ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรออกกำลังกายก่อนนอน เพราะจะทำให้ร่างกายมีการตื่นตัว นอนไม่หลับ
  • ปรึกษาแพทย์หรือนักบำบัด อาจมีการแนะนำให้ใช้ยานอนหลับ ยาผ่อนคลาย ได้รับการปรึกษา หรือมีตารางการปฏิบัติมาให้ฝึกบำบัดการนอนหลับ
  • ปรับอุณหภูมิห้องให้เย็นระหว่าง 17-25 องศาเซลเซียส แล้วจะหลับง่าย
  • เสริมเครื่องฟอกอากาศในห้องนอน เพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนที่สมดุล ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องการนอนหลับไม่สนิทหรือหลับยาก จากอาการนอนหลับๆ ตื่นๆ นอนไม่เพียงพอ เนื่องจากสภาวะอากาศและฝุ่นละออง เครื่องฟอกอากาศจึงทำให้ปัญหาเหล่านี้ ค่อยๆ ลดลงไป และทำให้นอนหลับสนิทด้วยอากาศที่บริสุทธิ์ตลอดคืน

 

     การนอนหลับพักผ่อนนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ไม่แพ้เรื่องการบริโภคอาหารหรือการออกกำลังกาย เพราะฉะนั้นจึงต้องดูแลร่างกายให้ดี

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก เครื่องฟอกอากาศ ตราแมนเนเจอร์ (Air Purifier by ManNature)

 

 ขอขอบคุณข้อมูลจาก mgronline

เครื่องฟอกอากาศมีประโยชน์อย่างไร
เครื่องฟอกอากาศมีประโยชน์อย่างไร

     สภาวะอากาศที่แปรปรวน ประกอบกับมลพิษทางอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลในโลกของเราปัจจุบันก็คงหนีไม่พ้นสภาวะทางอากาศที่เป็นพิษ โดยเฉพาะบ้านในเขตกรุงเทพฯ หรือ ตามจังหวัดใหญ่ ๆ ที่มีผู้คนและรถยนต์สัญจรอย่างหนาแน่น ด้วยเหตุนี้เองเครื่องฟอกอากาศจึงทำให้อากาศในบ้านน่าหายใจกว่าภายนอก แต่ทุกวันนี้มีเครื่องฟอกอากาศออกจำหน่ายมากมาย หลายยี่ห้อ หลายชนิด ความยากจึงอยู่ที่ว่าเครื่องไหน แบบไหน เหมาะกับการนำมาวางในบ้านเราที่สุด

 

การติดเครื่องฟอกอากาศ

            ธรรมชาติของอากาศที่หมุนเวียนภายในห้องนั้นมีปริมาณอากาศจำนวนมากและแน่นอนว่าเครื่องฟอกอากาศเครื่องเล็กนิดเดียวไม่สามารถทำหน้าที่กรองอากาศ ดักฝุ่น เชื้อโรค เชื้อราในอากาศได้หมดอย่างแน่นอน ดังนั้น การติดเครื่องฟอกอากาศที่เหมาะสมควรเป็นห้องที่สามารถปิดมิดชิด เพื่อให้เครื่องฟอกอากาศทำงานได้อย่างเต็มที่

 

หลักการทำงานของเครื่องฟอก

            เครื่องฟอกอากาศทำงานโดยอาศัยหลักการง่าย ๆ โดยเน้นไปที่เทคโนโลยีแผ่นกรองอากาศประสิทธิภาพสูง บางยี่ห้อโฆษณาว่าสามารถดักอนุภาคที่เล็กได้ถึง 0.01 ไมคอน หรือ 1 ใน 10000 ส่วนของเส้นผมมนุษย์ ซึ่งอนุภาคเล็กขนาดนี้สามารถดักพวกเชื้อแบคทีเรียที่ลอยมากับอากาศได้เลยทีเดียว แน่นอนว่าเครื่องฟอกอากาศยิ่งใช้แผ่นกรองอากาศประสิทธิภาพสูงมากก็จะยิ่งกินไฟมาก เพราะต้องใช้แรงดูดอากาศมากกว่าเครื่องที่ใช้แผ่นกรองทั่วไปหลังจากผ่านแผ่นกรองอากาศและก็ต้องเข้าสู่ส่วนดักกลิ่นที่สามารถกรองกลิ่นต่าง ๆ ด้วยแผ่นกรองคาร์บอนกัมมันต์ที่มีพื้นที่ผิวในการกรองมากถึง 300 เท่าของสนามฟุตบอลในการดักจับกลิ่น อัดอยู่ในพื้นที่ไม่กี่ตารางนิ้ว ต่อมาด้วยเทคโนโลยีที่สูงขึ้นและข้อจำกัดของเครื่องฟอกอากาศรุ่นเดิม จึงมีผู้ผลิตคิดค้นเทคโนโลยีโดยเพิ่มการปล่อยกระแสไฟฟ้านี้เป็นประจุบวก เมื่อมาเจอกับฝุ่นละอองในอากาศที่เป็นประจุลบจะเกิดแรงดึงดูดให้ฝุ่นนั้นตกลงสู้พื้นเร็วขึ้น รวมทั้งประจุไฟฟ้าอ่อน ๆ นั้นสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อโรคในบางชนิดได้ ซึ่งเราจะเห็นเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ในเครื่องปรับอากาศที่ใส่ระบบกรองอากาศเหล่านี้ลงไปด้วย

 

การใช้งานและดูแลเครื่องฟอกอากาศ

1.สำหรับเครื่องฟอกอากาศที่ใช้แผ่นกรองเพียงอย่างเดียวควรปิดห้องให้เครื่องทำงานก่อนสัก 1-2 ชั่วโมง ให้อากาศในห้องดีขึ้นก่อนเข้าไป

2.เครื่องฟอกอากาศแบบปล่อยประจุไฟฟ้าในอากาศแม้ว่าราคาจะแพงกว่าเครื่องอื่น แต่ก็เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาดูแลทำความสะอาดเครื่องฟอกอากาศมากนัก อีกทั้งการดูแลรักษายังง่ายกว่าแบบอื่น

3.ดูแลทำความสะอาดหรือเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศอย่างน้อยทุก 3 เดือน โดยการล้างเป่า ตากแดด เพื่อฆ่าเชื้อโรค หากเป็นกรองพิเศษที่ไม่สามารถล้างได้ด้วยน้ำควรทำความสะอาดตามคู่มือที่ระบุไว้

 

     แม้ว่าเครื่องฟอกอากาศจะดูเป็นสิ่งไม่จำเป็นนักในชีวิต แต่ปัจจุบันมลพิษทางอากาศเยอะอย่างน้อยเราก็น่าจะได้สูดอากาศสะอาด ๆ ด้วยเครื่องฟอกอากาศตราแมนเนเจอร์เพื่อสุขภาพ ก่อนที่จะออกไปใช้ชีวิตกลางเมืองที่มีแต่สิ่งบั่นทอนสุขภาพกายและใจ

ด้วยความปรารถนาดีจาก เครื่องฟอกอากาศ ตราแมนเนเจอร์ (Air Purifier by ManNature)

  ขอขอบคุณข้อมูลจาก shop888mall

รับมืออย่างไรเมื่อไข้หวัดใหญ่ระบาด
รับมืออย่างไรเมื่อไข้หวัดใหญ่ระบาด

     องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดการณ์ว่าภาระของโรคไข้หวัดใหญ่ทั่วโลกในปี พ.ศ. 2562-2573 ประชากรผู้ใหญ่ทั่วโลกจะป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ 5-10% ต่อปี และเด็กจะป่วย 20-30% ต่อปี ในแต่ละปีจะพบผู้ป่วยทั่วโลกกว่า 1,000 ล้านคน เป็นไข้หวัดใหญ่ชนิดรุนแรง 3-5 ล้านคน เสียชีวิต 2.9-6.5 แสนคนต่อปี

 

     สำหรับประเทศไทยปีนี้โรคไข้หวัดใหญ่ระบาดเร็วกว่าปกติ 2-3 เดือน โดยตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายนที่ผ่านมา พบผู้ป่วย 130 ราย เสียชีวิต 9 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่อายุระหว่าง 7-9 ปี จำนวนของผู้ป่วยเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2561  

 

ผู้ป่วย 7 กลุ่มเสี่ยงประกอบด้วย

1) หญิงตั้งครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป

2) เด็กเล็ก 6 เดือน-3 ปี

3) ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหอบหืด โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตวาย โรคมะเร็งระหว่างได้รับเคมีบำบัด และโรคเบาหวาน

4) ผู้สูงอายุ ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป

5) ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้

6) โรคธาลัสซีเมีย ผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมทั้งผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีอาการ

7) โรคอ้วน (น้ำหนัก 100 กิโลกรัมขึ้นไปหรือ BMI 35 ขึ้นไป)

 

คำแนะนำเพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่ดังนี้

- หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ ทั้งผู้ที่ป่วยและไม่ป่วย

- ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ช้อนอาหาร ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว เป็นต้น

- ไม่ควรคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัด หรือถ้าจำเป็นควรปิดปาก จมูกด้วยหน้ากากอนามัย

- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นพวกผัก ผลไม้ นม ไข่ กินอาหารปรุงสุกใหม่ๆ และใช้ช้อนกลาง

- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาดและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

- ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด และอากาศถ่ายเทไม่ดีเป็นเวลานานโดยไม่จำเป็น

หรือใช้เครื่องฟอกอากาศ เพราะสามารถกำจัดฝุ่นละออง รวมถึงเชื้อโรคที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก เครื่องฟอกอากาศ ตราแมนเนเจอร์ (Air Purifier by ManNature)

 

 ขอขอบคุณข้อมูลจาก mgronline

เครื่องฟอกอากาศ ช่วยบ้านสะอาด ปลอดภัย ไร้ภูมิแพ้
เครื่องฟอกอากาศ ช่วยบ้านสะอาด ปลอดภัย ไร้ภูมิแพ้

     ปัญหามลพิษจากอากาศส่งผลให้เด็กและผู้ใหญ่ มีแนวโน้มเป็นโรคภูมิแพ้และโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจสูงขึ้น ยิ่งถ้าอากาศภายในบ้านไม่ถ่ายเท บรรยากาศจะเต็มไปด้วยสารปนเปื้อนในอากาศ

 

     การสร้างอากาศที่สะอาดบริสุทธิ์ภายในบ้านจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งการรักษาความสะอาดภายในบ้านหรือใช้ตัวช่วยอย่าง “เครื่องฟอกอากาศ” ที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อกรองสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้และช่วยกระจายอากาศบริสุทธิ์ในบ้านได้อย่างทั่วถึง

 

     อย่างที่ทราบกันว่าโรคภูมิแพ้ คือ ภาวะความผิดปกติที่เกิดจากการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่ไวต่อสิ่งกระตุ้น โดยอาการภูมิแพ้นี้จะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายสัมผัสกับสสารซึ่งกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ หรือ สารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น ฝุ่นละออง เชื้อราในอากาศ และเกสรดอกไม้ เป็นต้น ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น คัน ไอ มีเสมหะ หายใจไม่สะดวก คัดจมูก และเป็นลมพิษ เป็นต้น โดยโรคภูมิแพ้สามารถเกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุใหญ่คือจากกรรมพันธุ์และจากสภาพแวดล้อม

 

     วิธีการป้องกันโรคภูมิแพ้สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการดูแลสุขภาพ เช่น หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หมั่นออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานได้ดี

 

     การใช้ “เครื่องฟอกอากาศ” สามารถช่วยลดสารก่อภูมิแพ้บางอย่างได้ เช่น ละอองเกสร ขนสัตว์ ฝุ่นละอองหรือกลิ่นควันต่างๆ โดยต้องมั่นใจว่าเครื่องฟอกอากาศที่เลือกใช้นั้นมีประสิทธิภาพในการกรองอากาศได้แท้จริง ก็จะยิ่งช่วยให้อากาศภายในบ้านนั้นมีความสะอาดยิ่งขึ้น

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก เครื่องฟอกอากาศ ตราแมนเนเจอร์ (Air Purifier by ManNature)

 

 ขอขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews

เครื่องฟอกอากาศจำเป็นแค่ไหน
เครื่องฟอกอากาศจำเป็นแค่ไหน

     เนื่องจากในปัจจุบัน สภาวะอากาศในประเทศของเรามีมลภาวะ และ ฝุ่นควันต่าง ๆ มากมาย จึงไม่ต้องแปลกใจ ที่เราได้เห็นโฆษณา ของเครื่องฟอกอากาศ เครื่องสร้างโอโซนต่าง ๆ เพื่อให้อากาศภายในบริเวณที่พักอาศัย หรือตามสถานที่ต่าง ๆ ได้มีอากาศที่บริสุทธิ์ ปราศจากมลภาวะต่าง ๆ

 

     เครื่องฟอกอากาศนั้นมีความจำเป็นจริง ๆ หรือและจำเป็นมากน้อยแค่ไหน ซึ่งคำตอบของคำถามนี้ ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่างของแต่ละบุคคลว่ามีความจำเป็นมากน้อยขนาดไหน เพราะมีปัจจัยหลาย ๆ อย่างเป็นตัวแปรในการเลือกใช้เครื่องฟอกอากาศ เช่น แหล่งที่พักอาศัยหรือสถานที่ทำงาน, ราคาของเครื่องฟอกอากาศ, คุณภาพของเครื่องฟอกอากาศ เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่มีผลต่อการเลือกซื้อ เพราะถ้าหากเราอาศัยอยู่ย่านชานเมืองที่มีแหล่งสวนสาธารณะ มีต้นไม้เยอะในบริเวณที่พักอาศัยหรือใกล้เคียง ไม่มีการจราจรที่หนาแน่น ไม่มีโรงงานต่าง ๆ อากาศบริเวณนั้นก็ถือว่าไม่มีมลภาวะ ในทางกลับกัน ถ้าเราอยู่ในที่ ๆ มีการจราจรมาก ไม่ค่อยมีต้นไม้ เป็นแหล่งชุมชน หนาแน่น อากาศก็อาจมีมลภาวะได้เป็นต้น

 

     เนื่องจากมีหลายบ้านได้ทำการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ และอีกหลายบ้านโดยเฉพาะบ้านในกรุงเทพและเขตเมืองกำลังพิจารณาถึงความจำเป็นและความสำคัญของการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศเพราะราคาไม่แพงมาก เพราะประชากรส่วนมากในกรุงเทพมหานครเป็นโรคภูมิแพ้จากฝุ่นละอองรอบ ๆ ตัว

 

     เหตุผลที่ต้องติดตั้งเครื่องฟอกอากาศก็เพราะสามารถฟอกอากาศ ลดสารก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ในอากาศ โรคหอบหืด โรคไซนัส ฝุ่น ที่เป็นสาเหตุให้เกิดการระคายเคืองที่ปอด หากผู้ที่มีสภาวะโรคต่าง ๆ เหล่านี้ไปพบแพทย์อาจจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์มาว่าควรติดตั้งเครื่องฟอกอากาศเพื่อลดโอกาสของโรคหอบหืด ซึ่งมีตั้งแต่ขนาดที่สามารถพกพาได้และขนาดใหญ่ที่ติดตั้งไว้ตามห้องเพื่อผู้อยู่อาศัยจำนวนมาก เหมาะกับผู้ป่วยที่อยู่ในระยะพักฟื้น คนชรา เด็กเล็กๆ เพราะคนกลุ่มนี้ภูมิคุ้มกันยังไม่ได้พัฒนาอย่างเต็มที่ ทำให้ไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ด้วยตัวเองและอาจจะเป็นสาเหตุให้เกิดโรคแทรกซ้อน และเครื่องฟอกอากาศต้องมีการบำรุงรักษาทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

 

     สุดท้ายนี้เครื่องฟอกอากาศเป็นตัวช่วยทำให้ปอดและสุขภาพของคุณและคนที่คุณรักดีขึ้น ไม่มีเหตุผลไหนที่ไม่ควรมีเครื่องฟอกอากาศในบ้าน

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก เครื่องฟอกอากาศ ตราแมนเนเจอร์ (Air Purifier by ManNature)

 

 ขอขอบคุณข้อมูลจาก articleshubandshare

ถนนสะอาด ปลอดปัญหาฝุ่นละออง
ถนนสะอาด ปลอดปัญหาฝุ่นละออง

     นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. ได้ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนีและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จัดทำโครงการนำร่องถนนเขตอากาศสะอาดในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน หรือ “โครงการถนนอากาศสะอาดของกรุงเทพมหานคร”

 

     การจัดทำโครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้แนวคิด Clean Air for All (อากาศสะอาดเพื่อเราทุกคน) เพื่อขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการถนนอากาศสะอาดไปสู่การปฏิบัติให้บรรลุผลเป็นรูปธรรม พร้อมปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนใส่ใจในการลดมลพิษทางอากาศ และสร้างเครือข่ายป้องกันแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนำร่องโครงการฯ ที่ถนนพญาไท เขตปทุมวัน เริ่มตั้งแต่บริเวณแยกสามย่าน-แยกปทุมวัน รวมระยะทาง 1.5 กิโลเมตร สำหรับการดำเนินโครงการฯ มีการเฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพอากาศให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานกำหนด การควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิดทั้งยานพาหนะ สถานที่ก่อสร้างขนาดใหญ่ เพิ่มความถี่ในการล้างทำความสะอาดถนน การปลูกต้นไม้และเพิ่มพื้นที่สีเขียว การจัดการจราจร การประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึก ซึ่งขณะนี้ กทม.ได้ดำเนินการมาแล้วระยะหนึ่ง

 

     นายจักกพันธุ์ กล่าวอีกว่า หากโครงการถนนเขตอากาศสะอาดของ กทม.ประสบความสำเร็จจะขยายโครงการฯไปยัง 49 เขต เพื่อให้จัดทำโครงการลักษณะเดียวกัน โดยให้แต่ละเขตคัดเลือกถนนสายสั้น จำนวน 1 เส้นทางให้เป็นถนนตัวอย่าง ถนนสะอาด ปลอดปัญหาฝุ่นละออง โดยเฉพาะฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 อย่างไรก็ตาม จะมีการหารือถึงแนวทางและความเป็นไปได้อีกครั้งภายหลังประเมินผลโครงการถนนสะอาดของ กทม.ที่เขตปทุมวัน

 

     การที่ถนนสะอาดขึ้น ช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองได้ก็จริง แต่ยังมีมลพิษทางอากาศอีกมากมายที่เราต้องพบเจอในแต่ละวัน ดังนั้นการมีเครื่องฟอกอากาศดีๆ สักเครื่องไว้ที่บ้านจึงเป็นอีกทางเลือกที่ดี ที่ช่วยให้อากาศสะอาด ช่วยฟอกปอดให้แข็งแรง ส่งผลให้สุขภาพของเราแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก เครื่องฟอกอากาศ ตราแมนเนเจอร์ (Air Purifier by ManNature)

 

  ขอขอบคุณข้อมูลจาก thairath

 

วัณโรค โรคร้ายใกล้ตัวคุณ
วัณโรค โรคร้ายใกล้ตัวคุณ

     วัณโรค เป็นปัญหาทางสาธารณสุขของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนเป็นอย่างมาก เพราะจากข้อมูลในแง่ของระบาดวิทยาพบว่า 1 ใน 4 ของผู้ป่วยวัณโรคอยู่ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นผลที่อาจจะสืบเนื่องมาจากปัจจัยที่สำคัญ 2 ประการ คือ การวินิจฉัยโรคช้า และการรักษาที่ไม่ทันท่วงที จึงทำให้เป็นที่มาของการรณรงค์เพื่อควบคุมวัณโรคอย่างจริงจัง

 

     วัณโรค คือ เชื้อโรคชนิดหนึ่งที่ทำลายร่างกายคนเราแบบช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เหมือนกับแบคทีเรียอื่นๆ ซึ่งทุกคนล้วนมีโอกาสพร้อมเป็นวัณโรคได้เหมือนกันหมด แต่จะเป็นเมื่อไรขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของแต่ละคนและปริมาณเชื้อที่ได้รับนั่นเอง

 

วิธีดูแลปอดตัวเองง่ายๆ ให้ห่างไกลจากวัณโรค

     หาอากาศดีๆ ให้ปอด เพราะการแพร่กระจายเชื้อวัณโรคและเชื้อไวรัสในอากาศ เป็นสาเหตุของการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ดังนั้นการใช้ ‘เครื่องฟอกอากาศ’ (Air Purifier) เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยแก้ไขปัญหาของคนที่เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจและโรคภูมิแพ้ คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด โรคปอดอักเสบ วัณโรค รวมไปถึงโรคภูมิแพ้ เพราะสาเหตุของโรคเหล่านี้ เกิดจากอากาศที่ไม่บริสุทธิ์  มีเชื้อโรค ไรฝุ่นต่างๆ ดังนั้นเครื่องฟอกอากาศจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับคนที่เป็นโรคเหล่านี้ เพราะช่วยฟอกอากาศให้มีความสะอาดบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น ทำให้ร่างกายของเราได้รับอากาศที่บริสุทธิ์

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก เครื่องฟอกอากาศ ตราแมนเนเจอร์ (Air Purifier by ManNature)

 

 ขอขอบคุณข้อมูลจาก phyathai

 

5 โรคร้ายจากฝุ่น PM 2.5
5 โรคร้ายจากฝุ่น PM 2.5

     ไม่มีพื้นที่ไหนที่จะมีปริมาณ PM 2.5 วิกฤติเท่าเชียงใหม่และพื้นที่ภาคเหนือของไทย วิกฤติถึงขนาดเป็นพื้นที่อันตราย ซึ่งปัญหามลภาวะมักมาพร้อมกับปัญหาด้านสุขภาพที่จะเกิดขึ้นตามมาอย่างไม่น่าสงสัยและโรคที่มักเกิดในภาวะฝุ่นแบบนี้จะเป็นโรคอะไรบ้างเรามาดูกันค่ะ

 

1. โรคตาแห้งจากต่อมน้ำตาอักเสบ

     Mask ปิดปากอย่างเดียวคงไม่พอ ขึ้นชื่อว่าฝุ่นที่มีขนาดเล็กจึงเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะมีผลกระทบต่อดวงตา ลองจินตนาการดูว่าแค่ลมพัดฝุ่นเข้าตาเรายังระคายเคืองขนาดนั้น แล้วกับฝุ่นขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ที่เกิดเข้าไปอุดตันอยู่ในท่อน้ำตาของเรา คงไม่ต้องบอกว่ามันจะส่งผลกระทบต่อดวงตาของเราแน่นอน ซึ่งนอกจากจะทำให้ต่อมน้ำตาอักเสบแล้วยังส่งให้เกิดอาการตาแห้ง ระคายเคืองอีกด้วย

 

2. อาการระคายเคืองในผนังทางเดินหายใจ

     อากาศสัมพันธ์โดยตรงกับระบบทางเดินหายใจ ดังนั้นอากาศที่ปนเปื้อนและเต็มไปด้วยฝุ่นจึงก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจได้แบบไม่ต้องคิด ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คืออาการระคายเคืองในผนังทางเดินหายใจที่เกิดจากการสูดอากาศที่ปนเปื้อนเข้าไปเป็นเวลานาน ๆ จนเกิดอาการแสบคอ แสบจมูก ที่หากปล่อยไว้ก็อาจถึงขั้นเกิดแผลในทางเดินหายใจ

 

3. ผนังปอดอักเสบ

     นอกจากทางเดินหายใจแล้ว อวัยวะอีกอย่างที่สัมพันธ์โดยตรงกับอากาศก็คือ ปอด ที่มีหน้าที่ในการฟอกอากาศเปลี่ยนออกซิเจนให้เข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งเดาได้ไม่ยากว่าหากอากาศปนเปื้อนก็จะกระทบถึงปอดอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งในกรณีของ PM2.5 นั้นสามารถนำไปสู่การเกิดอาการของโรคผนังปอดอักเสบได้

 

4. โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

     อย่างที่บอกว่ามลพิษทางการอากาศและการปนเปื้อนนั้นหนีไม่พ้นที่จะสร้างปัญหาและโรคที่เกี่ยวกับปอด นอกจากผนังปอดอักเสบแล้ว PM2.5 ยังเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคที่ร้ายแรงขึ้นไปอีกนั้นคือ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเรื้อรังก็คือมันจะเป็นไปเรื่อย ๆ และส่งผลกับการไหลผ่านของอากาศในระบบทางเดินหายใจ ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังจะมีอาการเหนื่อย ไอ และมีเสมหะ และเกิดโรคในกลุ่มอาการเดียวกันร่วมด้วยนั้นคือ โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง ซึ่งพบได้ในกลุ่มคนสูบบุหรี่

 

5. โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ

     เป็นหนึ่งในโรคที่มีอันตรายถึงชีวิต PM2.5 เป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดโรคนี้จากการที่ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตและระบบทางเดินหายใจมีความผิดปกติหรือบกพร่อง ซึ่งจะส่งผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจจากระบบไหลเวียนโลหิตที่ไปเลี้ยงหัวใจทำงานผิดปกติ ซึ่งผู้ป่วยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะมักไม่ทราบว่าตนเองมีปัญหา และหากปล่อยไว้นาน ๆ จะเกิดอาการ ใจสั่น เจ็บหน้าอก หายใจหอบ เหงื่อออกมาก วิงเวียน หน้ามืด คล้ายจะเป็นลม และเสี่ยงที่จะนำไปสู่การเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวหรือหลอดเลือดสมองอุดตัน ซึ่งมีอันตรายถึงชีวิต

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก เครื่องฟอกอากาศ ตราแมนเนเจอร์ (Air Purifier by ManNature)

 

  ขอขอบคุณข้อมูลจาก undubzapp

 

ประโยชน์ของการใช้เครื่องฟอกอากาศ
ประโยชน์ของการใช้เครื่องฟอกอากาศ

     ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่ากิจวัตรประจำวัน ในแต่ละวันของเรา ต้องเผชิญกับมลภาวะและมลพิษในอากาศที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะส่งผลเสียโดยตรงกับสุขภาพของเรา เทคโนโลยีใน “เครื่องฟอกอากาศ” (Air Purifier) พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยทำให้อากาศความสะอาด สดชื่นมากยิ่งขึ้น

     เรามาลองดูประโยชน์ของการมีเครื่องฟอกอากาศว่าจะช่วยให้ชีวิตคุณดีขึ้นได้อย่างไร

 

  • ช่วยแก้ไขปัญหาของคนที่เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจและโรคภูมิแพ้

     ไรฝุ่น ละอองฝุ่น เป็นอย่างที่รู้กันว่าเป็นสาเหตุหลัก ๆ ของการระคายเคืองต่าง ๆ ของคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด, โรคปอดอักเสบ, วัณโรค รวมไปถึงโรคภูมิแพ้ จะได้รับประโยชน์จากการใช้งานเครื่องฟอกอากาศแบบเต็ม ๆ เพราะเครื่องฟอกอากาศก็จะช่วยดักจับฝุ่นละอองต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้อาการดีขึ้น

 

  • ช่วยให้ปอดทำงานดีขึ้น

     หลังจากที่ไปผจญภัยกับมลพิษต่าง ๆ นอกบ้านมาทั้งวัน อย่างน้อยกลับบ้านมาเจอกับอากาศที่ดีก็ช่วยให้ผ่อนคลายได้ และช่วยฟอกปอดของคุณให้แข็งแรง เพราะการได้สูดอากาศที่สดชื่น ย่อมมีผลให้ร่างกายได้รับแต่สิ่งที่ดีและลดการทำงานหนักของปอดลงได้ ส่งผลไปถึงสุขภาพของคุณดีขึ้น

 

  • ช่วยฟอกอากาศในบริเวณที่ใช้งานให้มีความสะอาดบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น

     เพราะ เครื่องฟอกอากาศสามารถช่วยทำให้อากาศที่มีฝุ่นละออง ความชื้น ไรฝุ่น และเชื้อโรคต่าง ๆ สะอาดขึ้นมาได้ และทำให้ร่างกายของเราได้รับอากาศที่บริสุทธิ์

 

  • นอนหลับสบายยิ่งขึ้น

     จะเป็นข้อดีสำหรับคนที่หลับยาก หลับไม่สนิท หลับๆ ตื่นๆ หรืออ่อนเพลีย ที่มีสาเหตุมาจากอากาศและฝุ่นละออง เครื่องฟอกอากาศจะทำหน้าที่ของมันและทำให้ปัญหาเหล่านี้น้อยลง ทำให้คุณหลับสนิทตลอดคืน ทำให้พักผ่อนได้เพียงพอ ส่งผลให้สุขภาพของคุณดีขึ้นอีกด้วย

 

     เหตุผลข้างต้นคิดว่าคุณน่าควรจะมีเครื่องฟอกอากาศสักเครื่อง ที่จะช่วยทำให้อากาศสะอาด สดชื่น และปลอดมลพิษได้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อปอดและสุขภาพของคุณและคนที่คุณรักอย่างแน่นอน

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก เครื่องฟอกอากาศ ตราแมนเนเจอร์ (Air Purifier by ManNature)

 

 ขอขอบคุณข้อมูลจาก lgblogger

 

รูปทรงของเครื่องฟอกอากาศ
รูปทรงของเครื่องฟอกอากาศ

     รูปทรงของเครื่องฟอกอากาศ โดยหลัก ๆ จะมีอยู่ 2 แบบด้วยกันคือ เครื่องฟอกอากาศทรงเหลี่ยม และเครื่องฟอกอากาศทรงกระบอก (หรือทรงกลม)

 

  • เครื่องฟอกอากาศทรงเหลี่ยม (Square Shape Air Purifier)

     สำหรับเครื่องฟอกอากาศทรงเหลี่ยม ซึ่งก็อาจจะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือแม้แต่ทรงกึ่งเหลี่ยม ที่อาจจะมีบางส่วนโค้งเว้า หักมุมต่าง ๆ ก็เพื่อความสวยงาม จัดว่าเป็นรูปทรงยอดฮิตของเครื่องฟอกอากาศเลยก็ว่าได้ โดยส่วนมากแล้วมากแล้ว เครื่องฟอกอากาศทรงเหลี่ยมนั้น อากาศจะไหลเข้าตัวเครื่องในทิศทางเดียว หรืออย่างมากก็ 2 ทิศทาง ซึ่งเท่าที่เห็นส่วนมากก็จะเป็นด้านหลังหรือด้านใต้ของตัวเครื่อง ในขณะที่ช่องอากาศออกก็มักจะอยู่ทางด้านข้าง หรือบนของตัวเครื่อง

 

  • เครื่องฟอกอากาศทรงกระบอก หรือทรงกลม (Cylinder or Round Shape Air Purifier) 

     ข้อได้เปรียบข้อเครื่องฟอกอากาศทรงกระบอก คือ อากาศสามารถที่จะไหลเข้าเครื่องได้จากรอบ ๆ ตัว แบบทุกทิศทุกทางหรือ 360 องศานั่นเอง ในขณะที่อากาศออกก็จะออกทางด้านข้างหรือด้านบนของตัวเครื่อง ซึ่งรูปทรงแบบนี้ จะมีมิติในการฟอกอากาศมากกว่าเครื่องฟอกอากาศทรงเหลี่ยม

 

     ในส่วนของรูปลักษณ์ภายนอกเครื่องฟอกอากาศนั้น สามารถเลือกได้ตามความชอบ แต่ถึงแม้ดีไซน์จะสวยทันสมัย แต่ก็อย่าลืมเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพ ได้รับมาตรฐานกันด้วยนะคะ

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก เครื่องฟอกอากาศ ตราแมนเนเจอร์ (Air Purifier by ManNature)

 

 ขอขอบคุณข้อมูลจาก thanop

 

วิธีเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศให้ไม่เสียเวลาและเงินในกระเป๋า
วิธีเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศให้ไม่เสียเวลาและเงินในกระเป๋า

     เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) เป็นเครื่องที่จะช่วยกำจัดเชื้อโรค แบคทีเรีย ฝุ่นและช่วยกำจัดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ ทั้งควันบุหรี่ กลิ่นอับ หรือ PM2.5 ให้จางหายไป โดยหลักการทำงานของเครื่องฟอกอากาศโดยทั่วไปแล้วจะดูดอากาศเข้าไปในตัวเครื่องแล้วกรองอากาศที่ผ่านเข้ามา ดักจับเชื้อโรคด้วยแผ่นกรองอากาศ แล้วจึงปล่อยอากาศที่บริสุทธิ์ออกมาทดแทน

 

วิธีการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ

1. Air Flow

     แอร์โฟร์ คือ ตัววัดความเร็วลม เป็นค่าที่แสดงถึงปริมาณอากาศที่ถูกกรอง ยิ่งมีค่าแอร์โฟร์มาก ก็หมายความว่า จะสามารถกรองอากาศและปล่อยอากาศบริสุทธิ์กลับเข้าสู่ห้องได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ สิ่งแรกที่ควรพิจารณาในการซื้อ คือ  Air Flow ยิ่งแอร์โฟลว์สูงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งฟอกอากาศได้ไวกว่าตามไปด้วย

 

2. ขนาดของห้อง

     ขนาดห้องเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรพิจารณาเวลาจะซื้อเครื่องฟอกอากาศ ถ้าซื้อเครื่องฟอกอากาศขนาดเล็ก แต่นำไปใช้ในห้องขนาด 40 – 50 ตารางเมตร ก็จะทำให้อากาศสะอาดไม่ทั่วถึงเหมือนกับใช้ประโยชน์ของเครื่องฟอกอากาศได้ไม่เต็มที่ แต่ในทางกลับกันถ้าเป็นห้องนอนขนาดเล็ก ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกเครื่องฟอกอากาศรุ่นใหญ่มาใช้ให้กินไฟโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้น เครื่องฟอกอากาศควรพอดีกับขนาดของห้องเป็นสิ่งสำคัญ

 

3. ค่า CADR ( Clean Air Delivery Rate )

     ค่า CADR เป็นค่าที่แสดงว่าเครื่องฟอกอากาศตัวนั้น ๆ สามารถฟอกสิ่งสกปรกออกจากอากาศ ได้มากน้อยแค่ไหน ในเวลา 1 นาที  ถ้า ค่า CADR ยิ่งมาก ก็แสดงว่ามีความสามรถในการกรองสิ่งสกปรกได้สูงนั่นเอง

 

4. ระดับเสียง

     เครื่องฟอกอากาศรุ่นใหญ่หลาย ๆ ยี่ห้อ มักจะมีเสียงดังในขณะที่เปิดใช้งาน สำหรับเครื่องฟอกอากาศที่ดีไม่ควรมีเสียงรบกวนไม่ว่าจะ เวลานอน หรือ กิจกรรมต่าง ๆ ระดับเสียงที่เหมาะสมควรไม่เกิน  40 เดซิเบล

 

 5. การประหยัดไฟ

     เครื่องฟอกอากาศเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องเปิดใช้งานตลอดทั้งคืน ทุกวัน ดังนั้น เรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องประหยัดไฟ เมื่อซื้อเครื่องฟอกอากาศมาใช้งานแล้ว ควรตรวจสอบในเรื่องของแผ่นกรองอากาศ ทำความสะอาด หรือ เปลี่ยน ตามกำหนดที่ทางผู้ผลิตแจ้งไว้หรือไม่ เพราะยิ่งแผ่นกรองอากาศตันมากเท่าไหร่ จะยิ่งทำให้เครื่องฟอกอากาศต้องออกแรงในการนำอากาศเข้าสู่ตัวเครื่องมากขึ้น ก็จะเป็นสาเหตุที่ทำให้กินไฟมากขึ้นด้วย

เครื่องฟอกอากาศ ตัวช่วยทำให้อากาศสะอาดมากขึ้น
เครื่องฟอกอากาศ ตัวช่วยทำให้อากาศสะอาดมากขึ้น

     เครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) เป็นตัวช่วยในการกำจัดมลพิษในอากาศ เพื่อให้อากาศมีความบริสุทธิ์มากขึ้น และลดโอกาสการก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ เนื่องจากฝุ่น ควันพิษ และสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งในบ้าน ในอาคารต่าง ๆ ควรมีการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศไว้ด้วย เพื่อกรองให้อากาศบริสุทธิ์มากขึ้น ทำให้คุณหายใจได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

 

ขั้นตอนการฟอกอากาศให้บริสุทธิ์มีกระบวนการ ดังนี้

  • ชั้นที่ 1 - แผ่นกรองฝุ่นหยาบ ละออง เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ ใยผ้า
  • ชั้นที่ 2 - กล่องดักจับฝุ่นละเอียดระบบ Electrostatic Plasma (Germany EPPO Filter Shield Purification Technology)

Electrostatic Ion

  • มีประสิทธิภาพสูงมากในการดักจับฝุ่นที่มีขนาดเล็กถึง 0.1 - 0.3 Micron ด้วยเทคโนโลยี Electrostatic Adsorption Pressure การดูดติดผิว เป็นกระบวนการดูดโลหะหนัก ไอปรอท ควันไฟ ไอเสียจากรถยนต์ และกักฝุ่นละอองขนาดเล็กให้ติดอยู่บนผิวของแผ่นกรอง
  • กำลังไฟฟ้าสถิตขนาด 6,000 วัตต์ สร้างโอโซนเพื่อทำลายวงจรการเจริญเติบโตของเชื้อโรค แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา ทำลายกลิ่น สารเคมี และก๊าซพิษได้ดีเยี่ยม ไม่ทิ้งพิษตกค้าง

Plasma

     การปล่อยอนุภาคประจุไฟฟ้าบวก (H+) และประจุไฟฟ้าลบ (OZ-) ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่มีอยู่ในธรรมชาติเข้าไปในอากาศพร้อม ๆ กัน เพื่อทำลายผนังเซลล์เชื้อรา ฆ่าเชื้อไวรัส และแบคทีเรียที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ สลายสารก่อภูมิแพ้ ขจัดกลิ่นบูดเน่า กลิ่นอับชื้นต่าง ๆ ที่ติดอยู่ตามเฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน ผนังห้องต่าง ๆ ส่งผลทำให้อากาศสะอาดบริสุทธิ์

  • ชั้นที่ 3 – แผ่นกรองคาร์บอนเข้มข้น สามารถดูดซับสารเคมีที่เป็นพิษ ได้แก่ สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) และ Formaldehyde สารพิษที่แฝงตัวอยู่ในอากาศระเหยเป็นไอได้ง่ายที่อุณหภูมิปกติ ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ สารพิษนี้จะอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือน อาทิ สีทาบ้าน น้ำยาทำความสะอาด น้ำยาฟอกสี น้ำยาซักแห้ง ยาฆ่าแมลง ควันบุหรี่ ควันไฟ
  • ชั้นที่ 4 - แผ่นกรอง Active Oxygen ทำหน้าที่ควบคุมปริมาณโอโซนที่ปล่อยออกมาให้อยู่ในระดับ 0.05 PPM (มาตรฐานสากล) ซึ่งเป็นปริมาณโอโซนในธรรมชาติบริเวณที่มีอากาศบริสุทธิ์
  • ชั้นที่ 5 - แผ่นกรอง Catalyst (TI02) ทำหน้าที่เร่งการดูดซับมลพิษทางอากาศ อาทิ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NOx) ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และสารอินทรีย์ระเหยง่าย(VOCs) ที่เป็นสาเหตุของการเกิดฝุ่นละออง PM 2.5 และสามารถกำจัดผนังเซลล์ของเชื้อจุลินทรีย์ รวมถึงสารอินทรีย์ที่ทำให้เกิดกลิ่น ทำให้จุลินทรีย์และสารมลพิษต่าง ๆ สลายตัวไป
  • ชั้นที่ 6 – LED UV ประหยัดพลังงาน ฆ่าเชื้อโรคได้ถึง 99.9%
  • ชั้นที่ 7 - อัตราการฟอกอากาศบริสุทธิ์ (Clean Air Delivery Rate-CADR) อยู่ที่ 190 ลบ.ม/ชม.

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก เครื่องฟอกอากาศ ตราแมนเนเจอร์ (Air Purifier by ManNature)

 

 ขอขอบคุณข้อมูลจาก themomentum

 

10 เรื่องที่ต้องทบทวน ก่อนซื้อเครื่องฟอกอากาศ
10 เรื่องที่ต้องทบทวน ก่อนซื้อเครื่องฟอกอากาศ

     เราต่างใช้ชีวิตประจำวันอยู่กับฝุ่นละอองจนเริ่มมีปัญญาทางเดินหายใจ จนต้องมองหาตัวช่วยอย่างเครื่องฟอกอากาศ เพราะถือเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์จำเป็นซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการจนแทบจะขาดตลาด

 

     การจะลงทุนกับเครื่องฟอกอากาศนั้น จะต้องลงทุนอย่างน้อย 3,000 – 4,000 บาทขึ้นหรืออาจเข้าขั้นหลักหมื่น เพื่อจะได้เครื่องฟอกอากาศที่มีคุณภาพดีมาใช้ในบ้าน ดังนั้นการจะเสียเงินทั้งทีควรมีหลักเกณฑ์ว่าควรจะดูอะไรบ้างก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องฟอกอากาศสักเครื่อง

 

  1. พื้นที่ใช้งาน

     จะต้องพิจารณาก่อนว่า ห้องที่เราจะไปวางเครื่องฟอกอากาศ มีขนาดกี่ตารางเมตร เพราะกำลังการทำงานของเครื่องฟอกอากาศแต่ละรุ่นถูกออกแบบตามขนาดพื้นที่ใช้งานจำกัด เหมือนกับเครื่องปรับอากาศ ห้องใหญ่ก็ต้องใช้เครื่องที่มีบีทียูสูงๆ แน่นอนว่าเรื่องนี้มีผลกับราคาด้วย เช่น ในรุ่นเดียวกันเครื่องสำหรับพื้นที่ 22 ตารางเมตร ก็ย่อมราคาถูกกว่าที่ใช้กับพื้นที่ 42 ตารางเมตร

 

  1. ชนิดของแผ่นกรองอากาศ

     เครื่องกรองอากาศมักมีคำโฆษณาหลากหลาย บ้างบอกว่าป้องกันการแก้แพ้อากาศ บ้างบอกว่าป้องกันฝุ่น บ้างบอกช่วยแก้ปัญหากลิ่น บางรุ่นสามารถกรองก๊าซพิษต่างๆ ได้ ซึ่งประเภทของ ‘แผ่นกรองอากาศ’ เป็นหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ เนื่องจากแผ่นกรองแต่ละแบบกรองฝุ่นได้ไม่เท่ากัน คำที่พบเห็นบ่อย คือ แผ่นกรองอากาศเฮปา HEPA (High Efficiency Particulate Air Filter) ที่กำลังเป็นที่นิยมเพราะถือว่าเป็นตัวกรองที่สามารถกำจัดฝุ่นละอองได้ถึงขนาด 0.3 ไมครอน

 

  1. ราคาแผ่นกรองอากาศ

     ราคาแผ่นกรองอากาศเป็นอีกปัจจัยที่ต้องนำมาคำนวณ ว่าราคาเท่าไร และต้องเปลี่ยนถี่แค่ไหน ส่วนใหญ่มักให้เปลี่ยนที่ทุก ๆ 6–12 เดือน และมีอายุการใช้งานไม่เท่ากัน บางครั้งเครื่องกรองราคาไม่แพง แต่ใช้แผ่นกรองแบบบาง ๆ ที่ต้องเปลี่ยนบ่อย ๆ แถมยังราคาแพง นั่นอาจหมายถึงค่าใช้จ่ายที่จะงอกเพิ่มขึ้นในอนาคต

 

  1. CADR + Airflow บอกพลังลมสะอาด

     ค่า CADR หรือ Clean Air Delivery Rate เป็นค่าที่บอกว่าเครื่องฟอกอากาศนี้สร้างปริมาณอากาศบริสุทธิ์ได้เท่าไรใน 1 นาที ถ้าตัวเลขนี้เยอะก็แปลว่ามีประสิทธิภาพการฟอกอากาศได้ดี เป็นอีกข้อมูลหนึ่งที่ควรดูเปรียบเทียบกัน

ส่วนค่า Airflow ใช้วัดความเร็วในการฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ ยิ่งสูงก็หมายความว่าใช้เวลากรองอากาศออกมาได้เร็วนั่นเอง

 

  1. ขนาด การออกแบบ และน้ำหนัก

     เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความสวยงามและความสะดวกในการใช้งาน นอกจากเลือกที่การออกแบบ สี วัสดุ ให้ถูกใจและเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ในบ้านแล้ว ต้องคิดด้วยว่าซื้อนำไปวางไว้มุมไหนของบ้าน จะตั้งเครื่องอยู่กับที่หรืออยากให้หยิบยกเคลื่อนย้ายได้สะดวก ซึ่งสำหรับกรณีที่ต้องเคลื่อนย้ายควรเลือกแบบน้ำหนักไม่มาก เพื่อให้เคลื่อนย้ายได้ง่าย

 

  1. เสียงดังแค่ไหน

     อย่าลืมดูคุณสมบัติของเครื่องว่า ขณะที่เปิดใช้งานแรงสุดเครื่องฟอกอากาศนั้นส่งเสียงหึ่มๆ ออกมาดังขนาดไหน รบกวนการนอนหลับพักผ่อนของเราหรือไม่ หากจะเปิดในเวลากลางคืนคนที่นอนหลับยาก ก็ควรพิจารณาในเรื่องนี้ด้วย

 

  1. ฟังก์ชั่นพิเศษ

     ขึ้นอยู่กับคนใช้งานว่าต้องการฟังก์ชั่นพิเศษอะไรหรือไม่ที่นอกจากการฟอกอากาศ เช่น การตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติ ระบบสั่งการด้วยรีโมท หรือแอปพลิเคชั่นบนมือถือ บางคนอาจสนใจรุ่นที่มีตัววัดฝุ่นบอกตัวเลขในตัว

 

  1. กรองอากาศ พร้อมกับรักษาระดับความชื้น

     เพื่อให้คนรู้สึกอยู่สบายมากขึ้น เครื่องฟอกอากาศบางรุ่นจึงมีตัวเพิ่มความชื้นในอากาศ เพื่อไม่ให้อากาศแห้งเกินไป

 

  1. กินไฟหรือไม่

     เครื่องทุกรุ่นมักบอกกำลังวัตต์ว่าเครื่องฟอกอากาศรุ่นนั้นมีอัตราการกินไฟเท่าไร ยิ่งวัตต์สูงก็จะยิ่งกินไฟมาก

 

  1. มีรับประกันไหม

     อย่าลืมดูด้วยว่าเครื่องฟอกอากาศนั้นให้ระยะเวลาของการรับประกันนานเท่าไร และต้องพิจารณาความยากง่ายของการหาอะไหล่ด้วย ซึ่งการเลือกยี่ห้อที่นิยมในไทยหรือมีศูนย์บริการในประเทศเยอะ จะช่วยให้อุ่นใจได้ในยามที่เครื่องมีปัญหาได้

 

     การจะซื้อเครื่องฟอกอากาศแต่ละรุ่นและยี่ห้อนั้น สิ่งสำคัญก่อนการตัดสินใจซื้อก็คือ ต้องรู้ความต้องการของตัวเองให้แน่ชัด เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและพอใจกับเงินที่จ่ายไป

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก เครื่องฟอกอากาศ ตราแมนเนเจอร์ (Air Purifier by ManNature)

 

 ขอขอบคุณข้อมูลจาก themomentum

 

สงกรานต์
สงกรานต์ "ร้อนมาก - รถติด - ฝุ่นพิษ" ทำคนอยากอยู่บ้านแม้หยุดยาว

     หอการค้าโพล เผย สงกรานต์ 2562 คนไทยส่วนใหญ่อยากอยู่บ้านและเที่ยวใกล้บ้าน เนื่องจากอากาศที่ร้อนจัด ปัญหาการจราจรติดขัด และปัญหาฝุ่น PM 2.5

 

     นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2562 ว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ทั่วประเทศเตรียมท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ มากขึ้น เพราะสงกรานต์ปีนี้มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน ซึ่งมีกิจกรรมที่จะทำในช่วงเทศกาลสงกรานต์มากสุด คือ ซื้อของ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และเยี่ยมญาติ สังสรรค์ จัดเลี้ยง เล่นน้ำสงกรานต์ ทำอาหารทานที่บ้าน ซึ่งมีแผนการใช้จ่ายทั้งบริโภคและท่องเที่ยว ทำบุญเป็นส่วนมาก

 

     ขณะที่สงกรานต์ปีนี้แม้จะเน้นท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ แต่ส่วนมากยังต้องการอยู่บ้านเนื่องจากอากาศร้อนมาก และหากจะไปท่องเที่ยวก็กลัวปัญหาการจราจร จึงจะเน้นท่องเที่ยวใกล้บ้านเป็นหลัก

 

     นอกจากนี้ ยังมองว่าจากปัญหาค่าครองชีพแพงจึงไม่ค่อยกล้าจับจ่ายใช้สอยมากนักส่งผลให้เงินสะพัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ 135,837.56 ล้านบาท เติบโตเพียงร้อยละ 2.76 เมื่อเทียบกับช่วงสงกรานต์ปี 2561 ที่มีอัตราเติบโตถึงร้อยละ 3.50 หรือมีเม็ดเงิน 132,126.87 ล้านบาท ดังนั้น ในช่วงสงกรานต์ปีนี้คนยังไม่มั่นใจเกิดจากปัญหาความไม่แน่นอนการเมืองว่าจะมีรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นและชัดเจนเมื่อไหร่

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก เครื่องฟอกอากาศ ตราแมนเนเจอร์ (Air Purifier by ManNature)

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก thaipbs

 

เครื่องฟอกอากาศ ทำอะไรได้บ้าง
เครื่องฟอกอากาศ ทำอะไรได้บ้าง

          ทุกวันนี้ในอากาศล้วนปะปนไปด้วยฝุ่นละออง เชื้อโรค ซึ่งเป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เมื่อเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ จึงต้องมีเครื่องฟอกอากาศ เพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ออกไป ให้ได้อากาศที่บริสุทธิ์กลับคืนมา

 

          ช่วงต้นปีที่ผ่านมาเราจะเห็นข่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับภาวะฝุ่นละอองขนาด 2.5 pm เกินค่ามาตรฐานอยู่เป็นระยะๆ การที่ฝุ่นละอองสูงเกินค่ามาตรฐาน เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งส่งผลร้ายกับกลุ่มเสี่ยงอย่างผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ทั้งการเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งปอด โรคหลอดเลือดในสมอง โรคหัวใจ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ และหืดหอบ

 

          เครื่องฟอกอากาศ สามารถกรองโลหะหนัก เช่น สังกะสี อลูมิเนียม สารหนู นิกเกิล ดีบุก ตะกั่ว เหล็ก ทองแดง ซึ่งบางทีเราอาจได้รับสารโลหะหนักอยู่ในทุกๆ วันแบบไม่รู้ตัว และยังสามารถฆ่าเชื้อไวรัส ฆ่าเชื้อรา ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และสลายสารก่อภูมิแพ้ ได้อีกด้วย

 

          ด้วยเหตุนี้ จึงต้องมีเครื่องฟอกอากาศขึ้นมาเพื่อผู้ที่รักสุขภาพ ไม่ว่าจะเด็ก ผู้ป่วย ซึ่งเครื่องฟอกอากาศนี้จะทำให้คุณมั่นใจและไว้วางใจได้ว่าอากาศในห้องจะสดชื่น ปลอดภัย และเป็นพื้นที่ที่อากาศสะอาด เหมาะสำหรับการนอนหลับ พักผ่อน ที่สมบูรณ์แบบ

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก เครื่องฟอกอากาศ ตราแมนเนเจอร์ (Air Purifier by ManNature)

 

 ขอขอบคุณข้อมูลจาก thinkofliving

 

วิธีป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงจากฝุ่นพิษ PM 2.5
วิธีป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงจากฝุ่นพิษ PM 2.5

          ศ.นพ.ขวัญชัย ศุภรัตน์ภิญโญ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แนะนำ 7 วิธีดูแลตนเองช่วงวิกฤตฝุ่นและหมอกควันในการใช้ชีวิตประจำวันทั้งขณะที่อยู่ในบ้านและที่ทำงาน ดังนี้

 

1. งดออกกำลังกาย-สวมหน้ากาก

          ในช่วงเวลาที่อากาศมีฝุ่น PM2.5 ในปริมาณสูงจนอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ (AQI ตั้งแต่ 101 ขึ้นไปสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง หรือตั้งแต่ 151 ขึ้นไป สำหรับคนทั่วไป) ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมและการออกกำลังกายนอกบ้านเป็นเวลานานๆ หากจำเป็นควรใส่หน้ากากที่สามารถป้องกันฝุ่นควันขนาดเล็กมากได้ เช่น หน้ากากชนิด N95 โดยต้องใส่ให้ขอบแนบสนิทกับโครงรูปหน้าเพื่อไม่ให้อากาศภายนอกรั่วเข้าไป ส่วนหน้ากากอนามัยธรรมดาป้องกันได้แต่ฝุ่นหยาบ ไม่สามารถป้องกันฝุ่นละเอียดได้ 

 

2. ปิดประตู-หน้าต่างกันฝุ่นพิษ

          การอยู่ในอาคารหรือบ้านที่เปิดประตูหน้าต่างตามปกติ จะได้รับฝุ่นควันเท่ากับนอกบ้านทุกประการ ดังนั้นควรปิดประตู หน้าต่างให้มิดชิด

 

3. ลดการเปิดรับฝุ่นพิษเข้าอาคาร

          ห้องแอร์ขนาดใหญ่ที่ซีลไม่สนิท มีช่องให้อากาศภายนอกเข้าได้ หรือมีคนเข้าออกตลอดเวลา เช่น ร้านอาหาร ห้องเรียน ห้องทำงานหรือห้องรับแขก ปริมาณฝุ่นควันในห้องจะลดลงได้น้อยมาก ช้ามาก หรือแทบจะไม่ได้เลย

 

4. ปิดห้องแอร์ให้สนิทช่วยลดฝุ่นพิษ

          ห้องแอร์ที่ซีลค่อนข้างดี ถ้าปิดประตูหน้าต่างให้สนิท จะทำให้ฝุ่นควันลดลงได้ แต่จะลดลงได้ไม่เกินครึ่งหนึ่งของนอกบ้านและใช้เวลาค่อนข้างนานมาก

 

5. เครื่องฟอกอากาศช่วยอากาศปลอดภัย

          ห้องแอร์ที่ซีลค่อนข้างดีและปิดประตูหน้าต่างให้สนิท การใช้เครื่องฟอกอากาศชนิดมีแผ่นกรอง HEPA ที่มีขนาดเหมาะสมกับขนาดห้องจะช่วยลดปริมาณฝุ่นควันได้มากกว่า เร็วกว่า และสามารถลดจนได้ระดับสภาพอากาศที่ปลอดภัยได้

 

6. พัดลม+เครื่องฟอกอากาศลดฝุ่น

          สำหรับห้องที่ไม่ติดแอร์ การใช้พัดลมร่วมกับการใช้เครื่องฟอกอากาศชนิดมีแผ่นกรอง HEPA สามารถลดปริมาณฝุ่นควันได้เช่นเดียวกัน แต่ต้องปิดประตูหน้าต่างทุกบานด้วย ไม่ต้องกลัวเรื่องอากาศไม่ถ่ายเท เพราะปกติจะมีช่องตามขอบหน้าต่างประตูให้อากาศภายนอกรั่วไหลเข้าไปในบ้านได้

 

7. ดูแลความสะอาดเครื่องปรับอากาศในรถ ลดฝุ่นได้

          ระบบปรับอากาศและกรองอากาศในรถยนต์ที่ได้รับการดูแลสม่ำเสมอได้ผลดีมาก สามารถลดปริมาณฝุ่นควันได้เร็วและถึงระดับปลอดภัยได้โดยอาจไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องฟอกอากาศช่วย

 

         หากใครที่กำลังเผชิญกับปัญหาฝุ่นควันอยู่ตอนนี้ เราอยากให้คุณนำวิธีดูแลตนเองช่วงวิกฤตฝุ่นและหมอกควัน 7 วิธีนี้ไปใช้ในการใช้ชีวิตประจำวันทั้งขณะที่อยู่ในบ้านและที่ทำงาน เพื่อจะได้ป้องกันและมีสุขภาพที่ดีขึ้น

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก เครื่องฟอกอากาศ ตราแมนเนเจอร์ (Air Purifier by ManNature)

 

 ขอขอบคุณข้อมูลจาก Thaipbs

 

สร้างอากาศดีได้ ด้วยเครื่องฟอกอากาศ
สร้างอากาศดีได้ ด้วยเครื่องฟอกอากาศ

         ชีวิตในเมืองใหญ่ต้องเจอภัยร้ายจากมลภาวะทางอากาศที่คอยทำร้ายร่างกายคุณอยู่ ไม่ว่าจากอากาศที่คุณสูดเข้าไป หรือฝุ่นละอองต่างๆ แต่เมื่อคุณเปิดประตูเข้าบ้าน ที่ที่คุณรู้สึกถึงความปลอดภัยและมั่นคง ดังนั้นแล้ว อากาศภายในบ้านควรมีคุณภาพอากาศที่ดี ช่วยป้องกันหรือบรรเทาอาการภูมิแพ้ หอบหืด และปัญหาทางเดินทางใจ ให้เราหายใจได้สะดวกขึ้น

 

        เครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยกำจัดฝุ่น หรือสิ่งแปลกปลอมในอากาศ ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย เชื้อไวรัส กลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ เครื่องฟอกอากาศจึงเหมาะสำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้ สำหรับการทำงานของเครื่องฟอกอากาศคือการดูดอากาศเข้าตัวเครื่องและผ่านตัวกรองให้ดักจับสิ่งแปลกปลอมในอากาศ อากาศที่ออกมาจึงบริสุทธิ์และสะอาด

 

          ‘เครื่องฟอกอากาศ’ จำเป็นไหม

        โดยปกติแล้ว ถ้าอากาศไม่ได้มีสภาพเลวร้าย ไม่ได้มีฝุ่นละออง เครื่องฟอกอากาศแทบจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่มีความจำเป็น แต่ใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นนี้จะเหมาะและมีความจำเป็นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ปัจจุบันที่กำลังเผชิญกับค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐาน

 

          ข้อควรระวัง! ต้องเรียนรู้การทำงาน เพื่อจะช่วยให้เครื่องฟอกอากาศได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสมบูรณ์ ช่วยแก้ปัญหาเรื่องสุขภาพได้

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก เครื่องฟอกอากาศ ตราแมนเนเจอร์ (Air Purifier by ManNature)

 

 ขอขอบคุณข้อมูลจาก theasianparent

 

เหตุผลที่ควรมี “เครื่องฟอกอากาศ” ติดบ้านไว้
เหตุผลที่ควรมี “เครื่องฟอกอากาศ” ติดบ้านไว้

     ทุกวันนี้เราต้องเจอกับมลภาวะและอากาศเป็นพิษที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกันเทคโนโลยีได้ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างเครื่องมือมาช่วยทำให้อากาศสะอาดสดชื่น นั่นคือ “เครื่องฟอกอากาศ” นั่นเอง ซึ่งตอนนี้กลายเป็นไอเท็มประจำบ้านไปเสียแล้ว

5 เหตุผลที่ควรมีเครื่องฟอกอากาศไว้ในบ้าน

     1. ช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บและโรคทางเดินหายใจ

     โรคภัยไข้เจ็บและโรคทางเดินหายใจที่เกิดจากฝุ่น เชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคภูมิแพ้ เพราะในอากาศเต็มไปด้วยฝุ่นละอองที่มีอนุภาคเล็กมากจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ต่างๆ เครื่องฟอกอากาศจะช่วยกรองสิ่งต่างๆเหล่านี้เพื่อให้ทุกคนได้สูดอากาศที่ปลอดภัยที่สุด

     2. ช่วยลดอาการกำเริบของภูมิแพ้

     มีหลายคนและหลายครอบครัวที่ตัดสินใจซื้อเครื่องฟอกอากาศ เพื่อเป็นตัวช่วยทำให้อาการภูมิแพ้ทุเลาลง และส่วนใหญ่ก็ได้ผลเป็นอย่างดี รวมไปถึงอาการเป็นไข้หวัดคัดจมูกด้วย

     3. แก้ปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับหรือหลับยาก

     อาการนอนหลับไม่สนิท หรือหลับๆ ตื่นๆ อ่อนเพลีย พักผ่อนไม่เพียงพอ เนื่องจากสภาวะอากาศและฝุ่นละออง เครื่องฟอกอากาศจะทำให้ปัญหาเหล่านี้จะค่อยๆ ลดลงไปและทำให้นอนหลับสนิทตลอดคืนในบรรยากาศของอากาศบริสุทธิ์  

     4. ช่วยให้ปอดทำงานดีขึ้น

     อากาศที่สะอาดก็เหมือนได้ช่วยฟอกปอดให้แข็งแรง เพราะการได้สูดดมอากาศที่สดชื่น ย่อมมีผลให้ร่างกายได้รับแต่สิ่งที่ดีและลดการทำงานหนักของปอดลงได้ ส่งผลไปถึงสุขภาพที่แข็งแรงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

     5. ซื้อสุขภาพดีและง่าย ภายในราคาที่คุ้มค่า

     ถ้าคุณมีงบประมาณเพียงพอไม่เดือดร้อน การเลือกเครื่องฟอกอากาศราคาสูงที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ประสิทธิภาพสูง นอกจากจะทำให้อากาศสดชื่น ยังมีคุณสมบัติทำให้อากาศปลอดมลพิษ และขจัดกลิ่นได้อย่างดีเยี่ยม รวมทั้งฆ่าเชื้อโรค ยับยั้งเชื้อโรคในอากาศไม่ให้แพร่และขยายจำนวน ทำลายกลิ่นสารเคมี ก๊าซพิษ ไม่ให้มีสารพิษตกค้าง เอาเป็นว่าหากใครสู้ราคาไหวที่เท่าไรไปจัดมาสักเครื่อง รับรองคุ้มค่าแน่นอน

 

     หากคุณตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศได้เรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ การดูแลรักษาความสะอาดที่ต้องทำเป็นประจำและสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณและครอบครัว

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก เครื่องฟอกอากาศ ตราแมนเนเจอร์ (Air Purifier by ManNature)

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก central

 

5 วิธีบรรเทาอาการไอให้หายเร็วที่สุด
5 วิธีบรรเทาอาการไอให้หายเร็วที่สุด

     การเป็นหวัด เป็นหอบหืด คอแห้ง ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เป็นโรคกรดไหลย้อน ภูมิแพ้ สูบบุหรี่ วัณโรค หลอดลมโป่งพอง ไปจนถึงผลข้างเคียงจากยาบางชนิด สิ่งเหล่านี้คือสาเหตุที่ทำให้เรามีอาการไอ ทั้งไอแห้ง ไอแบบมีเสมหะ หรือไอเรื้อรัง แต่ไม่ว่าจะไอแบบไหน ก็สร้างความรำคาญให้กับเราได้ตลอดทั้งวันทั้งคืน จนบางครั้งไอจนหน้าดำหน้าแดง แถมไอในที่สาธารณะอย่างบนรถโดยสารก็กลัวคนจะมองค้อน วันนี้เราจึงขอแนะนำวิธีบรรเทาอาการไอให้ลดลงโดยเร็วที่สุด ทั้งง่าย และได้ผลแน่นอน

  • ดื่มน้ำอุ่น

หากเลือกที่จะดื่มน้ำให้มากขึ้นแล้ว ควรเลือกดื่มน้ำอุ่นแทนการดื่มน้ำเย็น เพราะน้ำอุ่นจะช่วยละลายเสมหะ และให้ความชุ่มชื้นภายในลำคอได้ดีกว่าน้ำเย็น นอกจากนี้ยังสามารถเลือกดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งมะนาวระหว่างวันได้เช่นกัน

  • อมยาแก้ไอ

อย่าคิดว่าอาการไอจะหายไปได้เองง่ายๆ หากมีอาการไอจนตัวงอ ไอจนเพื่อนข้างๆ รำคาญ ควรรีบหายาแก้ไอมาอมด่วนๆ หรือสเปรย์ฉีดบรรเทาอาการไอเพราะในยาแก้ไอจะมีส่วมประกอบที่จะช่วยลดอาการระคายเคืองภายในลำคอได้

  •  งดสูบบุหรี่

ใครที่สูบบุหรี่ควรงดการสูบบุหรี่ในช่วงที่มีอาการไอเด็ดขาด เพราะการสูบบุหรี่จะทำให้ระคายเคืองคอมากยิ่งขึ้น และยังอาจทำให้มีเสมหะมากขึ้นได้อีกด้วย (แต่ถ้าเป็นไปได้ให้ค่อยๆลดการสูบบุหรี่ลงเรื่อยๆจนเลิกสูบได้  เพราะการสูบบุหรี่เป็นสาเหตุของโรคหลอดลมโป่งพอง และโรคอันตรายอื่นๆ อีกมากมาย) ***หากคุณไม่ใช่คนที่สูบบุหรี่ ก็ควรอยู่ให้ไกลห่างจากผู้ที่สูบบุหรี่ หรือกลุ่มคนที่สูบบุหรี่ด้วยเช่นกัน

  • หลีกเลี่ยงฝุ่น ควันต่างๆ

นอกจากน้ำหอม และสเปรย์แล้ว อากาศรอบตัวอย่างอากาศแห้งๆ จากเครื่องปรับอากาศภายในสำนักงาน ฝุ่นควันจากท่อไอเสียของรถยนต์ ควันจากการทำอาหาร มลพิษทางอากาศเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองในโพรงจมูก และลำคอได้ ดังนั้นขณะที่มีอาการไอ ควรใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตัวเองจากมลพิษทางอากาศเหล่านี้ด้วย

  • ใช้เครื่องฟอกอากาศ

เครื่องฟอกอากาศควรเลือกที่มีความละเอียดในการกรองจนได้โมเลกุลที่เล็กมากถึง 0.1-0.3 pm สามารถฆ่าเชื้อโรค ดักจับสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ที่ ลอยมาในอากาศ อาทิ ฟอร์มาลดีไฮด์, แบคทีเรีย, ไวรัส, ไรฝุ่น, สารก่อภูมิแพ้ เป็นต้น รวมถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่าง กลิ่นควันบุหรี่ กลิ่นอับ กลิ่นเหม็นในบ้านให้หายไป หรือแม้กระทั้งฝุ่น PM 2.5 เพราะะสิ่งเหล่านี้จะเป็นการป้องกันไม่ให้เราไอมากไปกว่าเดิม

 

          นี่คือวิธีการบรรเทาอาการไอเบื้องต้นเพื่อให้มีอาการที่ดีขึ้น แต่ถ้าไอหนักหรือรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมแนะนำให้พบแพทย์จะดีกว่า ยังไงอย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ

 

ด้วยความปราถนาดีจาก เครื่องฟอกอากาศ ตราแมนเนเจอร์ (Air Purifier by ManNature)

ขอขอบข้อมูลจาก sanook

 

วิธีเลือกซื้อ
วิธีเลือกซื้อ "เครื่องฟอกอากาศ" ให้เหมาะสมกับเรา ในช่วงวิกฤตฝุ่น PM 2.5

     วิกฤติฝุ่น PM 2.5 ปกคลุมเมือง ทำให้ประชาชนที่ใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่เริ่มมีฝุ่นพิษปกคลุม โดยเฉพาะช่วงนี้ภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย ที่มีค่าฝุ่นสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก ทำให้ทุกคนต่างตื่นตัวหาวิธีป้องกันเพื่อลดอัตราการสูดดมฝุ่นพิษนี้เข้าร่างกายจนทำให้เจ็บป่วย ความตื่นตัวนี้ ส่งผลให้หน้ากากอนามัยเกือบทุกชนิดนั้นขายดิบขายดี แต่ก็ใช่ว่าจะกันฝุ่นพิษนี้ได้ร้อยเปอร์เซ็น เพราะฉะนั้นเราควรหาสิ่งที่สามารถป้องกันฝุ่นนี้โดยเฉพาะสถานที่ที่เราอยู่เป็นเวลานาน เช่น บ้าน ออฟฟิศ เป็นต้น นั้นก็คือเครื่องกรองอากาศหรือเครื่องฟอกอากาศนี่แหละ

 

 เครื่องฟอกอากาศในไทยขายดีจนขาดตลาด?

ล่าสุดตอนนี้เครื่องฟอกอากาศที่วางขายตามห้างร้านนั้นขายดีจนขาดตลาดไปแล้ว ทำให้ประชาชนคนทั่วไปต้องสั่งซื้อเครื่องฟอกอากาศนำเข้าและผู้ผลิตและส่งออกเครื่องฟอกอากาศรายใหญ่จะเป็นใครไปไม่ได้ นั่นคือ “ประเทศจีน”

 

แล้วควรสั่งแบบไหน?

     การจะเสียเงินซื้อของดี ๆ ทั้งทีเราก็ควรจะรู้ว่าเราต้องการอะไร แบบไหน โดยในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ เราควรเลือกเครื่องกรองอากาศที่สามารถกรองฝุ่นละออง ที่มีขนาดเล็กตั้งแต่ 2.5 ไมครอน เป็นอย่างต่ำ เพราะแน่นอนอย่างน้อยเราก็สามารถสบายใจได้แล้วว่า ในวิกฤตฝุ่นพิษในปัจจุบันเครื่องฟอกอากาศที่เราสั่งซื้อมานั้นสามารถช่วยเราได้จริง

 

 ในด้านของความน่าเชื่อถือที่อยากให้ใช้เวลาพิจารณาให้ถี่ถ้วน

     หากมีความลังเลในการสั่งซื้อเครื่องฟอกอากาศ กลัวจะเจอของปลอมมาหลอกขาย กลัวได้รับสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน เรามีปัจจัยอยู่นิดหน่อยให้ได้นำไปใช้ตัดสินใจในการเลือกซื้อกัน

 

     ยี่ห้อ ข้อนี้มักจะเป็นคำถามที่ผู้ซื้อต้องการรู้ หากเอาความสบายใจให้ดูที่ฟังก์ชั่นการใช้งานและชื่อแบรนด์ที่ขึ้นชื่อก็จะสามารถตีกรอบให้แคบลงมาได้อีกเยอะ แล้วก็อย่าลืมดูบริการหลังการขายล่ะ

 

     มีการรับรองจากสถาบันที่เกี่ยวข้อง ข้อนี้ผู้ซื้ออาจต้องใช้เวลาอ่านและเช็คข้อมูลกันสักหน่อยสำหรับใบรับรองของบางยี่ห้อที่ไม่คุ้นหูอาจมีใบรับรองมั่ว ๆ มาโชว์ให้ผู้ซื้อเชื่อใจ ยังไงเสียอย่าไว้ใจใครง่าย ๆ เพียงเพราะเห็นว่าราคาถูก

 

     และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือมีแผ่นกรองอากาศแบบ HEPA Filter หรือ เทคโนโลยี EPPO Electrostatic ion ประสิทธิภาพสูง ซึ่งมีความละเอียดในการกรองจนได้โมเลกุลที่เล็กมากถึง 0.1-0.3 pmที่มีมาตรฐาน

 

     ที่สำคัญควรระมัดระวังเรื่องราคาสินค้า ซึ่งตอนนี้สินค้าชนิดเครื่องฟอกอากาศกำลังเป็นที่ต้องการทำให้ผู้ค้าเพิ่มราคาขึ้นมาอีกมาก ผู้ซื้อควรพิจารณาเลือกซื้อตามความจำเป็น

 

     ทั้งนี้ทั้งนั้น โดยส่วนใหญ่เครื่องฟอกอากาศนั้นมักจะไม่ได้มีดีแค่กรองอากาศเท่านั้น แต่ยังมีฟังก์ชั่นเสริมที่เด่น ๆ ให้อีกด้วย เช่นดักกลิ่นไม่พึงประสงค์ ลดความชื้นในอากาศ หรือความสามารถในการไล่ยุง ก็อยู่ที่ความพึงพอใจของผู้ซื้อในการเลือกสินค้า และอย่าลืมหมั่นดูแลตัวเครื่องและฟิลเตอร์เพื่อยืดอายุการใช้งานด้วยล่ะ

 

ด้วยความปราถนาดีจาก เครื่องฟอกอากาศ ตราแมนเนเจอร์ (Air Purifier by ManNature)

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook

ฝุ่นพิษฟุ้งทั่วกรุง!! สภาพอากาศปิด กรมควบคุมมลพิษ เตือน “เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ”
ฝุ่นพิษฟุ้งทั่วกรุง!! สภาพอากาศปิด กรมควบคุมมลพิษ เตือน “เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ”

     จากสภาพอุตุนิยมวิทยาที่อากาศในช่วงเช้าลักษณะอากาศไม่เสถียรภาพ อากาศลอยตัวไม่ดี อุณหภูมิเพิ่มขึ้นตามความสูงในระดับล่าง สภาพอากาศปิด และลมสงบ นิ่ง มีเมฆบางส่วน ส่งผลทำให้สถานการณ์ PM2.5 พื้นที่กทม.และปริมณฑล ในวันนี้คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ “เริ่มจะมีผลกระทบต่อสุขภาพ “และปริมาณฝุ่นละอองได้เพิ่มขึ้น โดยพื้นที่ริมถนน สถานีวัดคุณภาพอากาศแสดงผลค่าฝุ่นละออง PM2.5 มีค่าเกินมาตรฐาน 50 แต่ไม่เกิน 90 มคก./ลบ.ม. (ที่อาจ/เริ่มส่งผลต่อสุขภาพ) อยู่ 20 พื้นที่ ส่วนพื้นที่ทั่วไป (ห่างจากริมถนนสายหลัก) เกินค่ามาตรฐาน / แต่ก็ยังไม่เกินสูงมากนัก อยู่ 16 พื้นที่

Adsense SEOlnwza